วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

พริกสีสดเพิ่มความสดใส


พริกเม็ดโตสีสันสดใส มีลักษณะกลมยาว หลายครัวเรือนนิยมนำมาผัดเพราะไม่มีรสเผ็ด เนื่องจากมีสารแคปไซซินในปริมาณที่ตํ่ามากจนถูกเรียกว่าพริกหวาน (Bell Pepper) นั่นเอง

          ในพริกหวาน 100 กรัม สามารถให้คุณค่าแก่ร่างกายได้มาก โดยให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี ซึ่งประกอบด้วย โปรตีน 0.8 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.0 กรัม แคลเซียม 9 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 2.5 มิลลิกรัม ไทอะมิน 0.10 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.05 มิลลิกรัม วิตามินซี 65 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของพริกหวาน

          พริกหวานมีเบตาแคโรทีนสูง มีวิตามินซี เหล็ก และโพแทสเซียม ซึ่งพริกหวานสีเหลืองจะมีไวตามินมากกว่าพริกหวานสีส้มถึง 4 เท่า ในพริกสีเขียว 100 กรัมก็จะมีไวตามินซี 100 กรัมเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสารแคบไซซิน ช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือด โรคต้อกระจก และโรคมะเร็ง

          ในหนึ่งเมนูของวัน ถ้ามีพริกหวานเป็นส่วนประกอบก็จะช่วยกระตุ้นทางการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบการย่อยอาหารดีขั้น ช่วยเจริญอาหารบำรุงธาตุ ขับเหงื่อ ขับลม ขับเสมหะ แก้อาเจียน แก้หิด กลากเกลื้อน และสามารถลดความด้นโลหิตได้ เพราะทำให้หลอดเลือดอ่อนตัว และช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดเป็นไปได้ดีอีกด้วย...


ฝากติดตามให้กำลังใจกันได้ที่ 
Facebook : https://goo.gl/6Tsk9s 
Instagram : kinkumlangdee
Line : @kinkumlangdee (พิมพ์ @ ด้วยนะครับ)

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

แครอท vs แตงกวา



ผักที่เรามักเห็นบ่อย ๆ ในเมนูเพื่อสุขภาพขาดไม่ได้ที่จะต้องมี แครอท และแตงกวาซึ่งทั้งสองอย่างมีประโยชน์ และสรรพคุณเด่น ๆ ดังต่อไปนี้
แครอท : มีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา แก้โรคตาฝ้าฟาง ช่วยขับปัสสาวะ นอกจากนี้ แครอทยังมีสารฟอลคารินอลซึ่งทำงานร่วมกับสารเบต้าแคโรทีน สามารถต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง กินได้ทั้งสดและปรุงสุก แต่ถ้าผ่านความร้อนจะทำให้วิตามินที่อยู่ในแครอทแตกตัวเพิ่มขึ้น ร่างกายจะได้รับประโยชน์มากกว่า
แตงกวา : ช่วยเสริมความจำ ลดอาการนอนไม่หลับ แก้กระหายน้ำ มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ขับปัสสาวะ ทำให้ผิวขาวใส นุ่มนวล กินได้ทั้งสดและปรุงสุก ล้างให้สะอาดก่อนนำไปรับประทานนะครับ

เมนูหน้าอย่าลืมหาแตงกวา กับแครอทมาทานกันด้วยนะครับ ^^

ฝากติดตามให้กำลังใจกันได้ที่ 
Facebook : https://goo.gl/6Tsk9s 
Instagram : kinkumlangdee
Line : @kinkumlangdee (พิมพ์ @ ด้วยนะครับ)


วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

ฟักทอง ตัวช่วยในการลดน้ำหนัก


           "ฟักทอง" ถือเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ที่ดีอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะฟักทองเป็นพืชที่มีกากใยมาก และมีแคลอรีไม่สูง ไขมันน้อย จึงทานแล้วไม่ทำให้อ้วน แถมในฟักทองยังมีวิตามินหลายชนิดในปริมาณสูงเช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็ก ซิงค์ เป็นต้นฟักทองช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล และยังบำรุงสายตายังให้ดูใสปิ๊งอีกต่างหาก

ฝากติดตามให้กำลังใจกันได้ที่ 
Facebook : https://goo.gl/6Tsk9s 
Instagram : kinkumlangdee
Line : @kinkumlangdee (พิมพ์ @ ด้วยนะครับ)

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

คุณค่า จากคะน้า


คะน้าเป็นพืชผักใบเขียวที่นิยมรับประทานทั่วไป โดยเฉพาะเมนูคะน้าหมูกรอบโปรดของผม เพราะเป็นผักที่หาซื้อง่ายราคาไม่แพง แต่ก่อนจะนำมารับประทานอาจจะต้องทำความสะอาดมากหน่อย เพราะอาจมีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงและอาจจะต้องระวังในเรื่องของธาตุแคดเมียมที่อาจจะปนเปื้อนมากับน้ำและพื้นดินด้วยนะครับ
คุณค่าทางโภชนาการในคะน้าพบว่ามีวิตามินหลายชนิด เช่น บีตา-แคโรทีน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอดมะเร็งเต้านม และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งสารเบต้าแคโรทีนรวมกับวิตามินซี จะกลายเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพมาก และยังมีวิตามินซีช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคมีความแข็งแรงสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังมีแคลเซี่ยมช่วยเสริมสร้างกระดูกอีกด้วย โดยการรับประทานคะน้า 1 ถ้วย จะได้รับแคลเซียมพอ ๆ กับการดื่มนม 1 แก้ว  ทั้งยังให้โฟเลตและธาตุเหล็กสูง ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง และยังเหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะโฟเลตกับสารอินโดลส์ (indoles) ที่มีอยู่ในคะน้ายังป้องกันการพิการแต่กำเนิดของทารก แต่ไม่ควรบริโภคมากเกินไปเนื่องจาก มีสารกอยโตรเจน (Goitrogen) ทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ 
ใบและก้านใบของคะน้า ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงและรักษาสายตา ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน  เสริมสร้างเนื้อเยื่อ ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ต้านทานการติดเชื้อ สร้างเม็ดเลือดแดงช่วยบำรุงโลหิตช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยรักษาอาการไมเกรน ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม ช่วยรักษาโรคหอบหืด ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ ช่วยคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลอดลม และช่วยป้องกันโรคท้องผูก ประโยชน์เยอะมากเลยใช่มั้ยละครับ คะน้าของเรา นี่แหละของมีประโยชน์ต่อร่างกายเรามีอยู่มากมาย เพียงแค่รู้จักเลือกกินแค่นี้ก็ดีต่อสุขภาพแล้วครับ
ขอให้ทุกท่านกินอาหารให้อร่อย และมีสุขภาพดีนะครับ

ฝากติดตามให้กำลังใจกันได้ที่ 
Facebook : https://goo.gl/6Tsk9s 
Instagram : kinkumlangdee
Line : @kinkumlangdee (พิมพ์ @ ด้วยนะครับ)





วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

กินแตงกวา แก้กระหาย คลายร้อน


“แตงกวา” เป็นผัดที่เรามักพบเป็นส่วนประกอบในการตกแต่ง หรือกินแกล้มเมนูต่าง ๆ แต่เป็นเพราะเมนูส่วนใหญ่นำมาตกแต่งจัดจานทำให้อาหารน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เราเกิดความคุ้นชินจนคิดว่ามันกินได้นะ อย่าเขี่ยทิ้ง 555 เพราะรู้หรือไม่ว่า “แตงกวา” นี้แหละ มีประโยชน์กับร่างกายไม่น้อยเลย แถมอากาศร้อน ๆ แบบนี้ แตงกวาช่วยได้ยังไงไปดูกัน
ประโยชน์มากมายของแตงกวา
- ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำ เพราะในตัวของมัน มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 90%- ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ทั้งภายนอก และภายใน- สามารถล้างสารพิษที่มีอยู่ในร่างกายได้ และยังสามารถช่วยละลายก้อนแข็งที่อยู่ในไตได้ด้วย- อุดมไปด้วยวิตามินเอ, บี และซี
- 
ช่วยลดความดันโลหิต
- 
ช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย เช่นระดับน้ำตาลในเลือด - ทำให้ระบบภูมิคุ้มกัน อยู่ในสภาพวะที่เหมาะสม- ช่วยในการขับถ่าย แก้อาการท้องผูก - ช่วยบำรุงระบบการย่อยอาหารในร่างกาย
- 
สามารถลดไข้ได้ และยังสามารถดื่มน้ำแตงกวา เพื่อแก้อาการเจ็บคอได้- เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท- ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร สำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะ- แก้อาการนอนไม่หลับ- มีสารต้านมะเร็ง- มีฤทธิ์ ช่วยในการขับปัสสาวะ
ประโยชน์เยอะมากกกกกกก ซึ่งเมนูอาหารที่มีแตงกวาเป็นส่วนประกอบก็มีเยอะแยะมากมายเช่น แตงกวาผัดไข่, ผัดเปรี้ยวหวาน, ต้มจืด, ตำแตงกวา ฯลฯ เอาไว้ถ้ามีเวลาจะนำมานำเสนอสักหนึ่งเมนูนะครับ โปรดติดตามตอนต่อไป
ขอให้ทุกท่านกินให้อร่อย และมีสุขภาพดีนะครับฝากติดตามให้กำลังใจกันได้ที่ Facebook : https://goo.gl/6Tsk9s

Instagram : kinkumlangdee

Line : @kinkumlangdee (พิมพ์ @ ด้วยนะครับ)



วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เบาเบาที่ 0 แคลอรี่


คุณอาจเคยได้ยินมาว่าอาหารที่ให้พลังงาน 0 แคลอรี่ สามารถช่วยในการลดน้ำหนัก แต่จริง ๆ แล้วอาหารเหล่านั้นช่วยในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างไร? วันนี้ผมมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหาร 0 แคลอรี่ มาฝากกันครับ
โดยปกติแล้ว ผลไม้และผักเพื่อสุขภาพจะมีปริมาณแคลอรี่อยู่บาง ส่วนอาหารที่ได้รับการขนานขามว่าให้พลังงาน 0 แคลลอรี่ อาจมาจากการเผาผลาญพลังงานในขณะที่กินอาหาร หรือย่อยอาหารใช้พลังงานมากกว่าปริมาณแคลอรี่ที่มีอยู่ในอาหารนั้น
วันนี้ผมมีผัก ผลไม้ 16 อย่างให้พลังงาน 0 แคลลอรี่ ที่กินแล้วจะช่วยให้คุณมีสุขภาพดี และทำให้น้ำหนักของคุณลดลง มาฝาก
1. แตงกวา 
2.แตงโม 
3. เห็ด 
4. มะนาว 
5. กะหล่ำดอก
6. แอปเปิ้ล
7. มะเขือเทศ
8. บรอคโคลี
9. บีทรูท
10. แครอท
11. หน่อไม้ฝรั่ง
12. ผักกาด ผักสลัด
13. ชาเขียว
14. กระเทียม
15. กะหล่ำปลี
16. พริกหวาน
อาหารเหล่านี้ให้คุณประโยชน์เต็มที่ แต่มีแคลอรี่น้อย เพราะฉนั้นคุณก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการกินอาหารเหล่านี้ในปริมาณมากเลยหล่ะ (แอบยกเว้นแตงโมอย่างนึง เพราะแตงโมมีรสหวานน้ำตาลเยอะไปหน่อย แหะแหะ)
แล้วเอาไว้จะมาบอกสรรพคุณของทั้ง 16 อย่างนี้อีกทีนะครับ โปรดติดตาม :-)
ขอให้ทุกท่านกินให้อร่อย และมีสุขภาพดีนะครับ
ฝากติดตามแนะนำติชมได้ที่

IG   : kinkumlangdee    
Line : @kinkumlangdee (พิมพ์ @ ด้วยนะครับ)

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

พล่าไก่



เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนอาจเคยกินเมนูอาหารรสแซ่บ ๆ อย่างเช่นลาบ หรือ น้ำตกกันมาแล้ว วันนี้มีอีกหนึ่งเมนูมานำเสนอ ซึ่งหลายคนก็อาจเคยกินแล้วเช่นกัน แต่วันนี้ขอดัดแปลงเป็นเมนูเพื่อสุขภาพแคลอรี่เบา ๆ กันนิดนึง 

"พล่าไก่" อาจไม่ค่อยมีใครทำ เพราะส่วนมากเราอาจจะเคยได้ยินเป็นพล่ากุ้ง พล่าเนื้อ หรือหมูซะมากกว่า แต่อย่างที่บอกว่าเราจะทำเป็นเมนูสุขภาพแคลลอรี่เบาเบา ก็เลยขอเลือกใช้เป็นอกไก่ไร้มัน (คือลอกหนังออกให้หมด) แทนละกัน

ส่วนผสม
อกไก่ไร้มัน
ตะไคร้
หอมแดง
ใบสะระแหน่
เกลือ
มะนาว
พริกขี้หนู
น้ำพริกเผา

* ปริมาณตามใจชอบเลย แต่ขอสงวนน้ำพริกเผา ใส่แค่นิดหน่อยพอได้กลิ่นหอมก็พอนะครับ

วิธีทำ
* หั่นไก่เป็นชิ้น แล้วนำไปรวนด้วยไฟปานกลางเติมน้ำสุกนิด และเกลือเล็กน้อย
* พอไก่สุกยกลงจากเตาปรุงรสตามใจชอบด้วยน้ำมะนาว และน้ำพริกเผา
* ซอยตะไคร้ พริกขี้หนู หอมแดงใส่ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
* ตักขึ้นใส่จาน และเพิ่มความหอมและความสวยงามด้วยใบสะระแหน่ เป็นอันเสร็จ

ลองทำกันดูนะครับ

ขอให้อร่อย และมีสุขภาพดีครับ
ฝากติดตามแนะนำติชมได้ที่

IG   : kinkumlangdee    
Line : @kinkumlangdee (พิมพ์ @ ด้วยนะครับ)